Gym Rule No 49 : ทำไมการทานมื้อเช้าจึงช่วยลดน้ำหนักได้?

Screen Shot 2558-08-22 at 9.37.39 PM.png

ทำไมการทานมื้อเช้าจึงช่วยลดน้ำหนักได้?


   ปัจจุบันปัญหาการทานอาหารมื้อเช้าคืออุปสรรคของคนส่วนใหญ่เกือบร้อยละ70 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเดินทางที่ทุกคนจะต้องเร่งรีบไปทำงานเพื่อให้ทันเวลาเข้างาน จนทำให้พลาดการทานอาหารมื้อเช้า แต่กลับทำให้ต้องไปทานเยอะขึ้นมื้อถัดไปนั้นก็คือ มื้อกลางวัน มื้อเย็นและอาจจะมีมื้อดึกอีกรอบด้วยซ้ำ จึงทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น


   ซึ่งการทานอาหารมื้อเช้าจึงสำคัญมากกับทุกคนเพราะเมื่อเราตื่นนอนมาในตอนเช้า ร่างกายของเราจะมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำและเมื่อเรามีการเคลื่อนไหวโดยกิจกรรมต่างๆหลังตื่นนอนโดยที่ร่างกายยังไม่ได้รับพลังงานใหม่เพิ่มเข้าไปในตอนเช้า เราก็จะรู้สึกหิว โดยมีสมองส่วนด้านข้างที่เรียกว่า ไฮโพทาลามัส ( Hypothalamus ) ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังกระเพาะอาหารทำให้เกิดความรู้สึกหิว ซึ่งหากเรารับประทานอาหารในตอนที่สมองสั่งว่าหิวทันที เจ้ากระเพาะอาหารก็จะส่งสัญญาณกลับไปยังสมองส่วนกลางของ ไฮโพทาลามัส ( Hypothalamus ) เพื่อกดไม่ให้เกิดความรู้สึกหิวอีก แต่ถ้าเรายังไม่ได้ทานอาหารเข้าไปหลังจากเกิดอาการหิวอีก ร่างกายก็จะต้องไปดึงพลังงานสำรองส่วนหนึ่งจากคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ในตับและกล้ามเนื้อนำมาใช้ก่อน เพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้พร้อมใช้งานตามปกติ แต่อีกไม่นานพลังงานส่วนนี้ก็จะถูกใช้จนหมดเนื่องจากไม่มีพลังงานใหม่เข้าเติมเต็ม จนทำให้ร่างกายจะต้องมีการปรับสมดุลเอง โดยการลดกลไกการเผาผลาญพลังงานในร่างกายลงเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ร่างกายดึงพลังงานสำรองอีกส่วนหนึ่งที่เหลือเก็บเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นเอาไปใช้จนหมด


    นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากต่างประเทศอีกหลายๆงานวิจัยระบุว่าผู้ที่ทานมื้อเช้าทุกวัน จะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดภาวะโรคอ้วน โรคเบาหวานและโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 35-50%


    ดังนั้นเราควรเริ่มจากการวางแผนการทานในแต่ละวันโดยเริ่มตั้งแต่มื้อเช้าว่าร่างกายควรได้รับพลังงานประมาณร้อยละ30  มื้อกลางวันควรได้รับพลังงานประมาณร้อยละ35  มื้อเย็นควรได้รับพลังงานประมาณร้อยละ25และที่เหลือเป็นพลังงานจากอาหารว่างอีกประมาณร้อยละ10


    เพราะฉนั้นเราควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ โดยควรเริ่มทานมื้อแรกตั้งแต่ 7-9 โมงและทิ้งช่วงความห่างระหว่างมื้อไม่ควรเกิน 2-3 ชม.เพื่อเป็นการรักษาและกระตุ้นระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน แล้วที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยนั้นคือการออกกำลังกายให้สม่ำเสมออย่างน้อย 3วัน/สัปดาห์ ซึ่งควรออกกำลังกายให้ได้ครั้งละ30-45นาที โดยแบ่งการออกกำลังกายเป็นแบบแรงต้านและการคาร์ดิโอควบคู่กันทุกครั้ง เท่านี้รูปร่างและสุขภาพของทุกคนก็จะดูดีไร้ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่จะตามมาครับ

DSC06708.jpg