Gym Rule No. 93 : ทำไมใครๆก็ทานน้ำมันปลา ( Fish Oil ) ?

"ทำไมใครๆก็ทานน้ำมันปลา( Fish Oil ) ?"

 

ก่อนอื่นเราต้องทราบเสียก่อนว่าน้ำมันปลามันคืออะไร? 
แล้วมีแหล่งที่มา มาจากไหน?

   น้ำมันปลา ( Fish Oil ) คือส่วนของเนื้อ หนัง หัวและหางของปลาทะเลน้ำลึกโดยเฉพาะปลาที่อาศัยอยู่เขตหนาว ซึ่งในปลาทะเลน้ำลึกนี้จะมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายอยู่ 2 ชนิด ประกอบไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น EPA และ DHA เป็นหลักซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายคนเราเนื่องจากเจ้ากรดไขมันโอเมก้า-3ร่างกายของเราไม่สร้างขึ้นได้เอง ส่วนกรดไขมันอีกตัวมีชื่อว่ากรดไขมันโอเมก้า-6 ซึ่งกรดไขมันตัวนี้มีความสำคัญไม่แพ้กันกับตัวแรกเพราะเจ้ากรดไขมันโอเมก้า-6 มีคุณสมบัติที่จะเป็นตัวช่วยในการลดไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี

   แหล่งที่มาของน้ำมันปลา ( Fish Oil ) นั้น ถูกสกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึกที่อาศัยอยู่ตามแหล่งธรรมชาติ ซึ่งปลาทะเลที่จะถูกคัดเลือกมาเพื่อการสกัดเป็นน้ำมันปลานั้นจะมีดังต่อไป คือ ปลาแซลมอล ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน เป็นต้น 

     ประโยชน์ของน้ำมันปลา ( Fish Oil )

  1.ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรค์ในเส้นเลือด

 2.ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก

 3.ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะไมเกรน

 4.ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและสมองขาดเลือดชั่วคราว

 5.ช่วยลดน้ำหนักและลดน้ำตาลในเลือดได้

 6.ช่วยป้องกันการเป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว

 7.ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือด

 8.ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ปวด บวมของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

 9.ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันและบรรเทาอาการหอบหืดได้

 10.มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

 11.ช่วยรักษาโรคซึมเศร้า

 12.ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองให้มีความจำและความสามารถในการเรียนรู้ได้ดีขึ้น

 13.ช่วยป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมหรือเป็นโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

 14.ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง

     คนกลุ่มใดเหมาะที่จะทานน้ำมันปลา ( Fish Oil )

1.กลุ่มของผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นโรคหัวใจ ซึ่งได้แก่ 

   1.1) ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

   1.2) ผู้ที่สูบบุหรี่จัด

   1.3) ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่ให้ไขมันสูง

   1.4) ผู้ที่ขาดการออกกำลังกายเป็นเวลานาน

2.ผู้ที่มีภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงโดยเฉพาะไตรกลีเซอร์ไรด์

3.ผู้ป่วยที่เป็นโรความดันโลหิตสูง

4.ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดอุดตัน

     วิธีการรับประทานน้ำมันปลา ( Fish Oil )นั้นจะถูกแยกตามโรคของผู้ป่วยดังต่อไปนี้

1.ถ้ารับประทานเพื่อป้องกันโรคหัวใจหรือสมองขาดเลือด ลดการอุดตันของหลอดเลือด ควรจะทานในปริมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัม หลังจากมื้ออาหาร

2.ถ้ารับประทานเพื่อลดไขมันไตรกรีเซอร์ไรด์ ควรจะทานในปริมาณวันละ 2,000 มิลลิกรม

3.ถ้ารับประทานเพื่อบรรเทาอาการโรคไขข้ออักเสบหรือโรครูมาตอยด์ ควรจะทานในปริมาณวันละ 3,000 มิลลิกรัมหรือตามคำแนะนำของแพทย์

    สรุป

   น้ำมันปลา ( Fish Oil ) คือกรดไขมันโอเมก้ส-3และ6 ที่หาได้จากการทานปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกายของคนเราอย่างมาก เนื่องจากกรดไขมันจำพวกนี้ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างหรือผลิตขึ้นมาเองได้นอกจากการทานอาหารตระกูลปลาหรือจำพวกธัญพืช ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการรักษาความสมดุลของร่างกายและรักษากลุ่มคนที่มีภาวะความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นโรคหัวใจหรือกลุ่มคนที่ภาวะไขมันในเลือดสูงให้ได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่อาจจะเกิดได้โดยไม่รู้ตัวแต่สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนควรคำนึงถึงคือ การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ รวมทั้งหาเวลาออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยให้ได้ 3 วัน/สัปดาห์ เท่านี้ทุกคนก็จะไม่ป่วยแถมยังจะไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อหาซื้ออาหารเสริมหรือยามาทานอีกด้วย

                                                                  TrainerIndy

Dietkornpol meefoodComment