Gym Rule No.143 : Yo-yo Effect (โยโย่ เอฟเฟค) คืออะไร???

Yo-yo Effect (โยโย่ เอฟเฟค) คืออะไร???

ผู้ที่เคยลดน้ำหนักบางท่านคงเคยเจอกับภาวะทานอาหารแล้วน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นหลังจากเพิ่งออกจากคอร์สลดน้ำหนัก ไดเอท หรือ เผลอทานหลุดในช่วงที่ลดน้ำหนักมาต่อเนื่องยาวนานแล้วน้ำหนักก็เหวี่ยงกลับไปเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม
ภาวะนี้เราเรียกว่า Yo-yo Effect

หน้าท้อง01.jpg

สาเหตุของ Yo-yo Effect

ภาวะโยโย่มักจะเกิดจาก การลดน้ำหนักที่ผิดวิธี เช่น การลดน้ำหนักโดยการอดอาหาร หรือ ทานอาหารน้อยเกินไปจนร่างการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
แม้ว่าหลักการในการลดน้ำหนักก็คือทานให้น้อยกว่าที่ร่างกายใช้หรือเผาผลาญออกไปเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายดึงพลังงานสำรอง (ไขมัน) มาใช้ แต่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าหากเรารับประทานอาหารที่ ”น้อยเกินไป” หรืออดอาหารเป็นระยะเวลานานๆ ร่างกายกายจะลดระบบเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) ลง หรือเข้าสู่ภาวะอดอาหาร หรือ Starvation mode
พูดง่ายๆก็คือร่างกายเรียนรู้และปรับตัวเพื่อที่จะให้ดำรงชีวิตอยู่ให้ได้ในภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหาร
และนี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ว่าทำไมน้ำหนักช่วงแรกถึงลดลงอย่างรวดเร็วและเริ่มลดลงอย่างช้าๆหรือไม่เปลี่ยนแปลงเลยในเวลาต่อมา
และเมื่อคุณต้องการที่จะลดน้ำหนักลงไปอีกในภาวะที่ร่างกายได้ลดระบบเผาผลาญลงแล้ว คุณก็จะต้องทานให้น้อยลงไปอีกแข่งกับระบบเผาผลาญที่ลดลงไปเรื่อยๆ จนวันนึงคุณก็จะพบว่าทานแอปเปิ้ลแค่ลูกเดียว แต่น้ำหนักก็ไม่ลดลงแล้ว !!

แล้วพอวันหนึ่งคุณตบะแตกหรือกลับมาทานอาหารตามปกติ น้ำหนักคุณจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะ พลังงานที่คุณได้รับมันมากมายมหาศาลกว่าที่ร่างกายคุณเผาผลาญออกไปครับ
วิธีแก้ไขหากคุณเข้าสู่ภาวะโยโย่
1. คุณจำเป็นต้องกลับมาทานอาหารให้เป็นปกติ เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานให้เป็นปกติ
- แต่สิ่งที่หลายคนกลัวคือ หากทานเป็นปกติแล้วน้ำหนักจะเด้งขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นผมแนะนำนะครับให้คุณค่อยๆเพิ่มปริมาณอาหารที่คุณทานทีละเล็กๆน้อยๆโดยที่เน้นไปที่คาร์โบไฮเดรตและโปรตีน (ไขมันก็ต้องทาน แต่อย่าทานเยอะเกินไป)
- เมื่อไหร่ที่ควรจะหยุดเพิ่มปริมาณอาหาร?
*** ให้ลองสังเกตน้ำหนักของร่างกายเราดูครับว่า น้ำหนักตัวของเราเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆหรือหยุดเพิ่มแล้วหรือยัง แล้วจึงค่อยเข้าสู่ขบวนการคุมอาหารหรือไดเอทที่ถูกวิธี**อีกครั้งครับ
2. การออกกำลังกายเป็นประจำก็จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานให้ร่างกายเช่นกันครับ จะเวทเทรนนิ่งหรือคาร์ดิโอก็ได้ครับ
    วิธีป้องกัน Yo-yo Effect
1. ลดน้ำหนักหรือไขมันส่วนเกินในร่างกายโดยทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ และออกกำลังกายควบคู่สม่ำเสมอ
2. คุมอาหารโดยการเลือกทานแต่ของมีประโยชน์ หรือหากจะลดปริมาณอาหารก็ไม่ควรลดเกิน 20% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการ เช่น ร่างกายคุณต้องการพลังงาน 2000 kcal คุณก็ไม่ควรทานน้อยกว่า 1600 kcal เป็นต้นครับ
3. หากคุณคุมอาหาร หรือทานน้อยกว่าปกติ (Caloric Deficit) เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ในแต่ละสัปดาห์ ก็ควรที่จะมี 1-2 วันที่คุณควรทานอาหารในปริมาณปกติหรือมากกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อที่จะกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงาน
         Yo-yo Effect คือ การที่น้ำหนักตัวสวิงกลับอย่างรวดเร็วซึ่งสาเหตุเกิดจากลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารสามารถแก้ไขได้การกลับมาทานอาหารให้เป็นปกติในระยะเวลานึงและป้องกันได้โดยการทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่และออกกำลังกายเป็นประจำ

cr. http://www.lovefitt.com , web.facebook.com/fitfactfun/?fref=ts

รูปภาพอ้างอิง : legjoel224.blogspot.com

PT' Yod

kornpol meeComment