Gym Rule No.147 : ทาน "ถั่ว" แล้วดีอย่างไร???

"ทาน "ถั่ว" แล้วดีอย่างไร???"

ถั่ว : ถือเป็นแหล่งโปรตีนชนิดพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนและเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เนื่องจากถั่วเป็นพืชที่เราสามารถหาซื้อทานได้ง่ายและมีราคาที่ไม่สูงถ้าเทียบกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ซึ่งการทานถั่วนอกจากจะได้โปรตีนแล้ว ยังจะทำให้อิ่มท้องนานกว่าเดิมอีกและยังช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ แถมยังช่วยเรื่องระบบขับถ่ายของเราให้ดีขึ้นได้อีกนะครับ ซึ่งผมได้รวบรวมข้อมูลมาให้พวกท่านได้อ่านเพื่อเป็นแนวทางในการทาน ในบทความนี้แล้วครับ

คราวนี้เรามาดูกันสิว่า ถั่วแต่ละชนิดที่ผมนำมาให้ได้อ่านนั้นมีประโยชน์อย่างไรกันบ้างกับผู้ที่บริโภคซึ่งได้เอามาให้ได้ทราบทั้งหมด 10 ชนิด ดังต่อไปนี้

 1).เม็ดมะม่วงหิมพานต์
    ถือเป็นแหล่งของธาตุเหล็กที่มีความจำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีความจำเป็นต่อคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะ วัยที่กำลังเจริญเติบโตอย่างสูง อาทิ เช่น หญิงตั้งครรภ์ ทารกแรกตลอดจนเด็กวัยเรียน รวมทั้งมีวิตามินซีและแมกนีเซียมอีกด้วย

 2).ถั่วอัลมอนด์
    ถือเป็นแหล่งอาหารที่ช่วยในการบำรุงระบบประสาท บำรุงปอดและกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้อวัยวะต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยรักษาความเป็นหนุ่มเป็นสาว ซึ่งในถั่วอัลมอนด์จะอุดมไปด้วยวิตามิน E ที่สูงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในถั่วอัลมอนด์ยังมีวิตามิน B2 และแคลเซียมที่ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน แถมยังมีไฟเบอร์ที่สูงกว่าถั่วชนิดอื่นๆทุกชนิด ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดอาการท้องผูก

3).ถั่วลันเตา
    ถือเป็นแหล่งของวิตามิน B ซึ่งจะช่วยรักษาระดับพลังงานและการสร้างเนื้อเยื่อของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ มีใยอาหารสูงซึ่งจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและการย่อยที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีวิตามิน B5 ที่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราได้อีกด้วย

4).ถั่วปากอ้า
     ถือเป็นแหล่งของวิตามิน B1 ซึ่งจะช่วยลดอาการอยากอาหาร การย่อยอาหารและการขับถ่ายและยังช่วยการทำงานของระบบประสาท ซึ่งถ้าเราขาดวิตามิน B1 จะส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อทั่วร่างกายหรือเป็นโรคเหน็บชา ทำให้ไม่มีแรงและอาจเป็นอัมพาตตามแขนขาได้อีกด้วยนะครับ
 

5).ถั่วลิสง
    ถือเป็นแหล่งโปรตีนที่สูงมากๆพอกับเนื้อสัตว์ ซึ่งจะช่วยในการซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น แถมยังมีวิตามิน E ที่สูงมากพอที่จะช่วยชะลอความแก่และบำรุงผิวพรรณอีกเช่นกัน

6).ถั่วแมคคาเดเมียร์
    ถือเป็นแหล่งของธาตุเหล็กและแมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะหรืออาการไมเกรน ซึ่งถ้าในร่างกายของเรามีแมกนีเซียมสูง ก็จะช่วยทำให้คอเลสเตอรอลของเราต่ำลงได้ จะช่วยลดและป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดเข้าสู่หัวใจ ปอดและสมองได้อีกด้วย

7).ถั่วพิชตาชิโอ
    ถือเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก วิตามิน B1 และฟอสฟอรัส ซึ่งหน้าที่ของฟอสฟอรัสจะมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน  และยังช่วยควบคุมการทำงานของไต ช่วยให้วิตามิน B ต่างๆทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการส่งผลดีต่อการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีน

8).เกาลัด
    ถือเป็นพืชตระกลูถั่วอีกชนิดหนึ่งที่ให้สารอาหารหลากหลายชนิดและยังให้ปริมาณโปรตีนสูงพอๆกับถั่วลิสง เพียงแต่ต่างกันตรงที่ในเกาลัดจะมี วิตามินB1,B6และC ,แมกนีเซียม ,สังกะสี,โบรอน รวมถึงกรดโฟลิกและในกลุ่มโฟลิเอซีน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาของผู่ป่วยความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและโรคเส้นโลหิตแข็งตัว ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทของสมองให้มีความฉับไวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เกาลัดยังเหมาะที่จะเป็นอาหารว่างของผู้สูงอายุเพราะจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีและอวัยวะภายในแข็งแรงขึ้น
 

9).ถั่วเหลือง
    ถือเป็นแหล่งอาหารที่มีสารอาหารสูงที่สุดในบรรดาพืชตระกลูถั่วทุกสายพันธุ์ทั้งหมด ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นถั่วงอก เต้าหู้ แป้งหรือแม้แต่ซีอิ๊วขาว ซึ่งถั่วเหลืองจะช่วยควบคุมอาการที่เกิดจากการหมดประจำเดือน อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งซึ่งในถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยวิตามิน E ที่ค่อยต้านสารอนุมูลอิสระและวิตามิน B มีหน้าที่ในการบำรุงระบบประสาทและช่วยร่างกายให้ต่อสู้กับความเครียด

10).ถั่วฝักยาว
    ถือเป็นพืชชนิดหนึ่งที่เป็นแหล่งของแร่ธาตุ แคลเซียม ฟอสฟอรัสและมีวิตามิน C ที่ค่อยช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น แถมยังมีกากใยอาหารที่สามารถละลายในน้ำได้ ซึ่งกากใยชนิดนี้นอกจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ก็ยังจะทำปฎิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหารอีก ทำให้อิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนานขึ้นนั้นเอง อีกทั้งยังเป็นยาบำรุงไตและม้าม แก้ร้อนในและยังช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย

สรุป
     สุดท้ายประโยชน์จากการทาน "ถั่ว" คุณจะไม่ได้รับแค่สารอาหารประเภทโปรตีนเพียงอย่างเดียวแต่คุณจะยังได้รับสารอาหารที่เรียกว่า "วิตามิน" ซึ่งเป็นสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะช่วยรักษาและป้องกันร่างกายให้พ้นจากการอาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆที่จะตามมาได้อีกด้วย

แหล่งอ้างอิงshare.psu.ac.th
                 : http://women.thaiza.com
                 : http://health.Campus-star.com
ข้อมูลรูปภาพอ้างอิง : Mthai

PT' Captain

kornpol meeComment