Gym Rule No.152 : ระบบหายใจกับการออกกำลังกาย

"ระบบหายใจกับการออกกำลังกาย"

การหายใจ คือ กระบวนการนำออกซิเจน เข้าไปในปอดซึมเข้าไปทั่วร่างกาย พร้อมทั้งการนำคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดขึ้นขับออกจากร่างกายทางปอด

   หน้าที่ของระบบหายใจ คือ ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย เกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิต โดยปอดทำหน้าที่เก็บสำรองเลือดสำหรับหัวใจห้องล่างซ้าย และยังทำหน้าที่เป็นเครื่องกรองเลือดด้วย  การออกเสียงและควบคุมระบบอุณภูมิของร่างกายให้เป็นปกติ

 กลไกการหายใจ  การหายใจเป็นขบวนการนำออกซิเจน  จากอากาศภายนอกเข้าไปในปอด แล้วซึมเข้าสู่เซลล์
     กลไกการหายใจเข้า เป็นขบวนการที่ต้องใช้พลังงาน โดยกล้ามเนื้อกระบังลม และกล้ามเนื้อระหว่างซีกโครงชั้นนอก หดตัว
      กลไกการหายใจออก  เป็นขบวนการที่ไม่ต้องใช้พลังงาน โดยเมื่อสิ้นสุดการหายใจเข้า ผลจากแรงคืนตัวของปอดและการคลายตัวของกล้ามเนื้อหายใจเข้าทำให้ปอดหดตัวกลับเข้าสู่สภาพเดิม ลมจึงผ่านออกจากถุงลมเป็นช่วงการหายใจออก

  การหาปริมาณออกซิเจนขณะออกกำลังกายและหลังออกกำลังกาย
   ในขณะพัก   ในการหายใจนั้น กล้ามเนื้อของการหายใจต้องเอาชนะแรงหดคืนตัวของปอดและทรวงอก รวมทั้งความต้านทานของทางเดินอากาศ ในขณะพักนั้นการใช้พลังงานของการหายใจ เพื่อเอาชนะแรงเหล่านี้มีน้อยมาก
   ในขณะออกกำลังกาย   ในการออกกำลังกาย เมื่อค่า Tidal volume และ  Respiratory rate เพิ่มขึ้น รวมทั้งต้องใช้กล้ามเนื้อทำงานมากขึ้น ดังนั้น ระบบหายใจจึงใช้ออกซิเจนเพิ่มในการออกกำลังกายอย่างเบา ระบบหายใจต้องใช้ออกซิเจน 1.9-3.1 มิลลิลิตรต่อนาที ของอากาศที่หายใจ

  การวัดการหายใจในช่วงเวลาต่างๆ
  ขณะพัก  มีค่าเฉลี่ยประมาณ 16-20 ครั้งต่อนาที ส่วนความลึกของการหายใจ ซึ่งวัดเป็นปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าออกแต่ละครั้งที่เรียกว่า Tidal volume (T.V.) ในขณะพักมีค่าประมาณ 500 มิลลิลิตร ปริมาณการระบายอากาศหายใจต่อนาทีเรียกว่า Minute ventilation (V.E.) ในคนปกติขณะพักมีค่าประมาณ 6,000 มิลลิลิตรต่อนาที
   ขณะออกกำลังกาย   เมื่อออกกำลังกายจะทำให้การหายใจเพิ่มขึ้น ขณะออกกำลังกายอย่างเบาอัตราการหายใจมักจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เปลี่ยนที่ปริมาตรอากาศที่หายใจเข้าหรือออกครั้งหนึ่งๆ ขณะทำงานหนัก อัตราการหายใจอาจเพิ่มขึ้นถึง 40-45 ครั้งต่อนาที โดยทั่วไปอัตราการหายใจจะเพิ่มได้สัดส่วนกับความหนักของการออกกำลังกาย จนถึงจุดๆ หนึ่ง เมื่อออกกำลังกายหนักปานกลางการหายใจจะใช้เวลา 1-2 นาที ที่จะเพิ่มการหายใจจนอัตราสูงคงที่ ส่วนความลึกของการหายใจใช้เวลา 3-5 นาที จึงจะสูงคงที่ ในการออกกำลังกายอย่างหนักนั้น ทั้งอัตราและปริมาตรอากาศหายใจต่อนาทีจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดระยะการออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าความลึกอาจลดลงบ้าง

 พวกออกกำลังแบบเคลื่อนที่จะมีหัวใจที่ใหญ่กว่า และมีปริมาณออกซิเจนที่ได้จากการบีบของหัวใจแต่ละครั้งมากกว่าพวกออกกำลังแบบอยู่กับที่ สำหรับคนไข้ที่มีโรคหัวใจ การออกกำลังแบบอยู่กับที่เป็นการออกกำลังกายที่ไร้ประโยชน์ สู้ชนิดเคลื่อนที่ไม่ได้

รูปภาพอ้างอิงจาก ThaiBio

PT' Jame

kornpol meeComment