Gym Rule No.116 : ควบคุมอาหารกับออกกำลังกายถูกต้อง แต่น้ำหนักไม่ลด????

" ควบคุมอาหารกับออกกำลังกายถูกต้อง แต่น้ำหนักไม่ลด???? "

เมื่อการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีอย่างการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างถูกวิธีทุกอย่างแล้วแต่น้ำหนักก็ยังไม่ลดลงให้พอมีกำลังใจบ้างเลยแต่กลับกันในบางคนน้ำหนักขึ้นด้วยซ้ำจนทำให้หมดกำลังใจในการที่จะอยากลดน้ำหนักต่อไปและนี้คือจุดเปลี่ยนที่อาจทำให้บางคนหมดกำลังใจแล้วก็อาจจะล้มเลิกความตั้งใจในการลดน้ำหนัก
  ความจริงแล้วตัวเลขของน้ำหนักตัวบนตราชั่งไม่ได้มีวัดอะไรมากนักนะครับโดยปกติน้ำหนักตัวเราสามารถขึ้นลงได้จากหลายปัจจัย เช่น การสะสมของน้ำ นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียจ เป็นประจำเดือน กินเยอะไป กินเค็มไป เป็นต้น ซึ้งสาเหตุเหล่านี้แหละที่อาจทำให้น้ำหนักไม่ลงหรืออาจจะเพิ่มด้วยซ้ำนั้นคือสาเหตุที่น้ำหนักตัวไม่ได้ชี้หรือตัดสินว่าเราอ้วนขึ้นหรือผมลงแต่ตัวที่จะบ่งบอกถึงพัฒนาการของการลดน้ำหนักของเราคือ รูปร่างและสัดส่วนฉะนั้นเราจึงแนะนำให้ท่านวัดสัดส่วนเก็บใว้ทุกๆเดือนเพื่อเป็นข้อมูลนะครับโดยวัดจาก รอบอก รอบเอว รอบแขน รอบขาสองข้าง สะโพ้ก หรือส่องกระจกเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงไส่กสงเกงหรือเสื้อผ้าตัวเก่งที่ฟิตพอไส่แล้วรู้สึกพอดีนั้นก็ถือว่าเรามีการพัฒนาตัวเองที่ดีแล้ว

 คนส่วนมากที่ลดน้ำหนักมักคาดหวังว่า เมื่อทานคลีนและออกกำลังกายแล้วน้ำหนักจะต้องลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงแรกๆของการลดน้ำหนัก เป็นธรรมดาที่น้ำหนักจะลงได้เร็ว เนื่องด้วยร่างกายยังไม่ชิน และยัง ปรับตัวไม่ทัน หรือมีปริมาณไขมันสะสมอยู่มาก เมื่อผ่านไปซักระยะร่างกายจะปรับตัวและความเร็วในการลดจะเริ่มลดลง การลดลงของน้ำหนักตัวนั้นจะเริ่มช้าลงในทุกๆแต่ละกิโลกรัมที่เราลดออกไป ยิ่งผอมลงยิ่งลดยากขึ้น ระยะเวลายิ่งนานขึ้น ถ้าจะอธิบายเป็นรูปแบ รูปแบบที่ได้จะเป็นแบบขั้นบันได คือมีช่วงที่หยุดนิ่งเป็นระยะ ช่วงที่หยุดนิ่งนานๆหลายคนก็ตีโพยตีพายว่าทำไมไม่ลง ทำไมไม่ลด ทั้งเหนื่อย แถมไม่ได้กินในสิ่งที่อยากกิน พาให้เครียดไปกันใหญ่ ซึ่งความจริงเมื่อน้ำหนักนิ่งอยู่กับที่ติดต่อกัน 3-4 สัปดาห์ต่อเนื่อง อาจเป็นตัวชี้วัดว่าร่างกายเริ่มเคยชินกับโปรแกรมการออกกำลังกายและอาหารแล้ว ให้ลองเปลี่ยนโปรแกรมแบบเดิมๆใหม่ เช่น สลับเปลี่ยนหมุนเวียนอาหาร สลับวันและโปรแกรมการออกกำลังกาย เพิ่มความหนักของการออกกำลังกาย หรือหากทำทุกอย่างและมั่นใจว่าไม่ได้พลาดตรงไหน ให้ลองหยุดพักผ่อนซักสัปดาห์แล้วค่อยกลับมาลดใหม่เพื่อคลายความดึงเครียดจากการลดนำ้หนักที่ติดต่อกันนานเกินไป

การลดน้ำหนักที่ถูกวิธีคือควรลดที่มวลไขมันและรักษากล้ามเนื้อให้แข็งแรงและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แล้วสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร
ไขมันในร่างกายเรานั้นมีลักษณะโครงสร้างเหมือนกับฟองน้ำคือมีขนาดใหญ่และน้ำหนักเบา และ กล้ามเนื้อจะมีโครงสร้างเป็นเส้นใยเหมือนเกลียวเชือกมีความหนาแน่นมากกว่าจะเห็นว่าเมื่อนำสองสิ่งนี้มาเทียบกันในนำ้หนักที่เท่ากัน กล้ามเนื้อที่มีความหนาแน่นมากกว่าจะมีขนาดเล็กกว่าไขมันอยู่ประมาณ 1 เท่าตัว เมื่อเราลดน้ำหนักโดยสลายไขมันไปเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่คงเหลือไว้คือกล้ามเนื้อจึงทำให้ปริมาณของน้ำหนักตัวคงที่หรือลดลงน้อยมากในขณะที่รูปร่างมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

 การลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารที่ถูกโภชนาการและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดการพัฒนาภายในร่างกาย ทั้งระบบเลือด ระบบทางเดินหายใจ การเต้นของหัวใจ และโดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีการสะสมพลังงานแหล่งที่มาจากอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต (ไกลโคเจน) มากขึ้น เพื่อเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ในการดำรงชีวิตและการทำกิจกรรมต่างๆ โดยจะมากหรือน้อยขึ้นนั้นอยู่กับปริมาณกล้ามเนื้อและลักษณะการออกกำลังกาย ซึ่งเฉลี่ยแล้วร่างกายของคนที่ออกกำลังกายจะเก็บไกลโคเจนไว้ในกล้ามเนื้อประมาณ 300-400 กรัม เมื่อรวมกับปริมาณน้ำอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3-4 เท่าตัวหรือ ตัวเลขน้ำหนักจะดูมากกว่าความเป็นจริงประมาณ 1-2 กิโลกรัม เพราะน้ำและไกลโคเจนอาจทำให้กล้ามเนื้อดูฟูและโตขึ้นเล็กน้อยได้ในขณะที่ไขมันหนาๆจะบางลง แต่ไม่ใช่บอกแบบนี้ไปจะทำให้กลัวไม่กล้าออกกำลังกายกันนะครับ ข้อดีของการที่ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นคือจะทำให้เราเก็บสะสมพลังงานสำรองที่มาจากคาร์โบไฮเดรตได้มากขึ้นจึงทำให้ถึงแม้ว่าจะกินแล้วไม่ได้ออกกำลังกายเราจะยังควบคุมน้ำหนักได้ดี อ้วนยากขึ้น และการสะสมไกโคเจนนี้จะไม่ทำให้เราดูอ้วนเหมือนการสะสมไขมัน จึงทำให้ดูรูปร่างดีขึ้น เฟิร์มขึ้นถึงแม้ตัวเลขน้ำหนักตัวไม่ลงมากอย่างที่ตั้งเป้าไว้ก็ตามด้วยปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้จึงแนะนำให้คนที่ลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย อย่างกังวลถึงผลที่ตัวเลขบนตราชั่งมากจนเกินไป แต่ให้ดูในเรื่องของสัดส่วนสภาพร่างกายมากกว่า และขอให้ทำต่อเนื่องอย่างเต็มที่ อย่าเพิ่งท้อและหยุดกลางคันไปซะก่อน ถ้าไม่ล้มเลิกไปก็จะทำให้ผ่านช่วงน้ำหนักนิ่งไปได้ หรืออย่างน้อยคิดเสียว่าการออกกำลังกายนั้นร่างกายสดใสสดชื่น และสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักไม่ขึ้นถือว่าไม่เสียหายมีแต่ประโยชน์ด้วยซ้ำถ้าหากน้ำหนักลดถือว่าได้กำไร คิดอย่างนี้ก็ไม่เครียดแล้วนะครับผม

PT' Jame

kornpol meeComment