Gym Rule No.120 : การแบ่งมื้ออาหารเพื่อลดน้ำหนัก

" การแบ่งมื้ออาหารเพื่อลดน้ำหนัก "

การแบ่งมื้ออาหารลดความอ้วน" ซึ่งจัดเป็นอีกหนึ่งสูตรการลดน้ำหนักที่คนนิยมใช้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับคนที่กำลังเร่งสร้างกล้ามเนื้ออย่าเช่นนักเพาะกายก็นิยมใช้กันไม่น้อย มาดูกันครับว่าการแบ่งมื้ออาหารเพื่อลดความอ้วนที่ว่ามีดีอะไร ทำไมมันถึงช่วยลดน้ำหนักได้

images (4).jpeg

สูตรการแบ่งมื้ออาหารลดน้ำหนักนี้มีหลักการคือ การแบ่งมื้ออาหารตามปกติที่เรากิน จาก 3 มื้อ เป็น 4-6 มื้อ โดยมีความเชื่อที่ว่า ร่างกายของคนเราจะมีการตอบสนองต่อปริมาณและเวลาในการกินอาหารที่แตกต่างกันออกไป โดยการกินอาหาร 3 มื้อตามปกติ เรามักจะกินอาหารจนอิ่มในแต่ละมื้อ ซึ่งเมื่อเรากินอาหารเข้าไปในปริมาณมาก ร่างกายเราก็ะทำการเผาผลาญเพื่อนำเอาพลังงานไปใช้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็จะถูกเก็บอยู่ในรูปไกลโคเจนและไขมัน ซึ่งจะหนักไปทางไขมันซะเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้การกินอาหาร 3 มื้อ ก็จะเป็นการบังคับให้ร่างกายผาผลาญพลังงานแค่ 3 ครั้งต่อวัน คือเผาผลาญหลังจากที่เรากินอาหารเข้าไปแล้ว ซึ่งร่างกายจะจดจำกลไกแบบนี้เอาไว้ แต่ถ้าเราเพิ่มมื้ออาหารที่เรากินต่อวันเข้าไป โดยแบ่งออกเป็น 4-6 มื้อในแต่ละวัน และกินอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยๆ คือ ให้กินแค่รู้สึกว่าเพียงพอต่อการทำกิจวัตรประจำวันของเรา ไม่ต้องกินเอาอิ่ม โดยซอยออกเป็นมื้อย่อยๆ โดยให้ผลรวมของพลังงานหรือแคลอรี่ที่ได้รับต่อวันเท่าเดิม จะสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย มีส่วนช่วยให้น้ำหนักตัวของเราลดลงได้ดียิ่งขึ้น ถ้าถามว่าทำไมการแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆถึงช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่า ก็ขอตอบว่า การแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆนั้น เป็นการกระตุ้นร่างกายให้เกิดการเผาผลาญพลังงานบ่อยขึ้นนั่นเอง ยิ่งถ้าเราควบคุมปริมาณอาหารที่เรากินต่อมื้อลดลง ร่างกายก็จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้นและจะไม่เหลือพลังงานสะสมในร่างกายมาก ซึ่งเป็นการช่วยลดการสะสมไขมันในร่างกาย มีส่วนทำให้การลดน้ำหนักได้ผลดีมากยิ่งขึ้น

ถ้าอย่างนี้กินแบบไหนดีกว่ากัน ระหว่างมื้อใหญ่ หรือ มื้อย่อย??

มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลครับแบบไหนเหมาะกับคุณ คุณชอบแบบไหน คุณทำแล้วเห็นผล ทำได้ตลอดชีวิต ก็ทำไป ไม่ว่าจะกินมื้อใหญ่หรือมื้อย่อย

  1. ถ้าการทานมื้อย่อย คุณสามารถควบคุมแคลอรี่ได้ดี, การทานมื้อย่อยก็จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้
  2. ถ้าการทานมื้อย่อย คุณไม่สามารถควบคุมแคลอรี่ได้ มักจะกินเกินทุกๆมื้อ เพราะมันน้อยเกิน กินไม่อิ่ม,การทานมื้อย่อย ก็จะส่งผลให้การลดน้ำหนักคุณเป็นไปอย่างช้ากว่าปรกติ หรือคุณน้ำหนักขึ้น แทนที่จะลด(ทางแก้ เพิ่มประมาณอาหารในมื้อนั้นๆให้มากขึ้น จะได้อิ่ม ไม่ทานเกิน)
  3. ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบกินเยอะๆในมื้อนั้น ก็กินมื้อเล็กไปได้ครับ ไม่ต้องบังคับตัวเองยัดมื้อใหญ่
  4. ถ้าคุณเป็นคนปกติทั่วไป ที่รักการออกกำลังกาย อยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่คุณมีที่มีไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งแสนยุ่ง เป็นนักเรียน ต้องเรียนหลายคาบติดต่อกัน,เป็นนักธุรกิจที่ต้องคอยเช็คความเคลื่อนไหวบริษัทตัวเองตลอดเวลา ,เป็นพนักงานบริษัทที่เวลาพักเบรกก็ไม่ค่อยมี,เป็นแม่บ้านที่เลี้ยงลูกไปด้วย เรียนหนังสือไปด้วย ทำงานไปด้วย จะมานั่งพะวง นี่ถึงเวลาต้องกิน คุณคิดว่า ทำได้มั้ยโดยที่ไม่สติแตกไปเสียก่อน คุณจะทำ "แบบนี้ได้ตลอดชีวิตมั้ย" ถ้าคำตอบคุณคือ คิดว่าไม่ได้น่ะ ก็ไม่ต้องทำครับ หาวิธีกินที่มันเหมาะสมกับวิถีชีวิตคุณ กินให้พอกับที่ร่างกายต้องการ ไม่อด ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ก็ได้ทั้งนั้นครับ
    เพราะถ้าคุณคิดว่า ต้องกินมื้อย่อยๆเท่านั้นถึงจะเห็นผล เพราะนักเล่นกล้ามเค้ากินกันแบบนี้ (คิดแบบ A+B=C) แต่พอคุณทำตามเค้า คุณทำไม่ได้ผล ไม่ว่าจะเพราะคุณไม่ถนัดกินมื้อย่อย,คุณนับคาร์บ โปรตีน ไขมันไม่เป็น,ชีวิตคุณยุ่งสุดๆ แทนที่จะได้กิน 6 มื้ออย่างที่แพลนได้ กลับกินได้ 3 มื้อ ผลคือ กินน้อย ฯลฯ คุณก็จะรู้สึก FAIL น่ะสิ รู้สึก ตัวเองไม่ดีพอ ล้มเหลวเพราะฉะนั้นเลือกทานใบวิถีแบบที่คุณถนัด เหมาะกับคุณ หากคุณๆทำได้อย่างที่กล่าวมาข้างต้นก็ถือว่าเป็นผลดีและได้กับตัวคุณเองครับ :)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://dropdeadhealthy.blogspot.com/2014/02/meal-frequency-myth.html

http://fattylose.blogspot.com/2014/04/more-than-burn-calories.html
  

PT' Yod

kornpol meeComment