Gym Rule No.115 : ฝึกความคล่องตัวกับ สปีท แลดเดอร์ (Speet Ladder)

" ฝึกความคล่องตัวกับ สปีท แลดเดอร์ (Speet Ladder)"

ในทุกวันนี้ หลายๆคนหันมาสนใจออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพกันมากขึ้น รูปแบบการออกกำลังกายในทุกวันนี้ ก็มีหลากหลายรูปแบบมากมาย  วันนี้ผม PT.Keng ขอมาแนะนำการฝึกการเพิ่มความเร็ว และการฝึกความคล่องแคล่วว่องไว ซึ่งการฝึกชนิดนี้นิยมใช้ฝึกกับนักกีฬาประเภทที่ต้องใช้ทักษะความคล่องตัว และความเร็ว เพื่อที่จะเอาชนะคู่ ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย อุปกรณ์ในการฝึกชนิดนี้มีชื่อว่า สปีด แลดเดอร์ (Speed Ladder)

สปีด แลดเดอร์ (Speed Ladder) นั้นคืออะไร ?

สปีด แลดเดอร์ (Speed Ladder) ก็คืออุปกรณ์ที่เป็นเชือก 2 ข้าง ตรงกลางขั้นด้วยพลาสติก คล้ายๆ ขั้นบันได คล้ายกับบันไดลิง ความยาวก็มีหลากหลายแบบตั้งแต่ 4 เมตร 5 เมตร 8 เมตร และ 10 เมตร มีจำนวนขั้นตั้งแต่ 10 ขั้นขึ้นไป แล้วแต่พื้นที่ ที่ใช้ในการฝึก และรูปแบบในการฝึกฝน 

ประโยชน์ของ สปีด แลดเดอร์ (Speed Ladder)

คืออุปกรณ์ที่ช่วยพัฒนา ในเรื่องความคล่องตัว (Agility) และความเร็ว (Speed) ซึ่งการฝึกซ้อมแต่ละแบบสำหรับฝึกกับเจ้าตัวนี้ ต้องใช้ความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ระยะสั้นๆ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมอง กับ การเคลื่อนไหว (Coordination) ในการฝึก สปีด แลดเดอร์ (Speed Ladder) ถ้าเราได้ทำการฝึกฝนบ่อยๆ เราก็จะมีทักษะเพิ่มมากขึ้น นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ตอนที่เราไปเล่นกีฬากับเพื่อนๆ เราก็จะมีทักษะความคล่องแคล่วว่องไวมากกว่าเพื่อนๆ ทำให้เราได้เปรียบกว่า หรือการเตะฟุตบอล เราก็จะมีทักษะการหลบหลีกที่เร็วกว่าผู้อื่นได้ แต่ในนักกีฬานั้นการฝึกรูปแบบนี้นั้นมีความสำคัญมากๆ เพราะนักกีฬาแต่ละประเภทนั้น จะต้องใช้ความคล่องแคล่วว่องไว ความเร็ว ในการแข่งขัน ใครฝึกทักษะความเร็วและความคล่องตัวมากกว่า ก็มีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะที่มากกว่าได้ ในการฝึกแต่ละครั้งก็จะช่วยในเรื่องการฝึก Cardio ไปในตัวอีกด้วย เพราะจะเป็นการฝึกที่ต่อเนื่อง แต่ละครั้งที่ฝึกก็จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเราเต้นสูง และอยู่ในโซนที่ช่วยเบิร์นไขมันได้ดีอีกด้วย 

รูปแบบการฝึก สปีด แลดเดอร์ (Speed Ladder)

การฝึก สปีด แลดเดอร์ (Speed Ladder) นั้น สามารถฝึกได้หลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น

  1. วิ่งให้ 2 เท้าแตะช่องว่าง ไปจนสุดขั้นสุดท้าย แล้วกลับมา
  2. กระโดดขาคู่ไปตามช่องว่างจนถึงช่องสุดท้าย แล้วกระโดดกลับมา
  3. ย่ำเท้าด้านนอกบันไดลิง แล้วย่ำด้านใน ไปทีละขึ้นจนถึงขั้นสุดท้ายแล้วย่ำกลับมาเหมือนเดิม
  4. ใช้ท่า Squat ในการฝึกคือ Squat ด้านนอกแล้วก็ กระโดดเท้าชิดกันด้านใน แล้วก็กระโดนไป Squat ด้านนอกในขั้นถัดไป แล้วกระโดดเท้าชิดด้านใน ทำไปจนถึงขั้นสุดท้ายแล้วกลับมา
  5. เอาเท้าแตะบันไดลิง แล้วค่อยๆ สไลด์ไปด้านข้าง สลับเอาเท้าแตะด้านใน ไปจนถึงช่องสุดท้ายแล้วสไลด์เอาเท้าแตะด้านในกลับมา

ฝึกแบบนี้ไปกลับ อย่างละ 2 รอบ 3 เซตก็เหนื่อยมากๆแล้วแหละครับ แต่ในการฝึกทุกครั้งควรจะต้องใช้นาฬิกาจับเวลาทุกครั้ง เพื่อที่เราจะได้รู้ว่า แต่ละรอบเราใช้เวลาไปเท่าไหร่ในการฝึก เพื่อที่จะทำให้เราได้พัฒนาทักษะนี้ได้ดีขึ้นอีกในครั้งต่อๆ ไป

    ยิ่งเราฝึกบ่อยๆ เราก็จะมีความคล่องแคล่วว่องไว มีความเร็วที่มากยิ่งขึ้น ทำให้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น และยังสามารถช่วยทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ร่างกายมีความฟิตมากยิ่งขึ้น ลองเอาไปฝึกกันดูนะครับ ถ้าที่บ้านไม่มีอุปกรณ์ชนิดนี้ ก็ลองเอาอุปกรณ์อย่างอื่นที่มีที่บ้าน เช่น แท่งพลาสติกคล้ายๆ ไม้บรรทัดซัก 10 อัน มาวางเรียงกัน ความยาวเท่าช่วงเท้า ก็สามารถลองฝึกและลองเล่นก็ได้แล้วครับ

PT' Keng

kornpol meeComment