Gym Rule No.132 : ภาวะความดันโลหิตต่ำคืออะไรแล้วควรดูแลรักษาอย่างไร ???

" ภาวะความดันโลหิตต่ำคืออะไรแล้วควรดูแลรักษาอย่างไร ??? "

 ภาวะความดันโลหิตต่ำจะพบได้น้อยกว่าภาวะความดันโลหิตสูงและจะเป็นปัญหาต่อสุขภาพของผู้ป่วยน้อยกว่าภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าภาวะความดันโลหิตที่น้อยกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าอยู่ในกลุ่มเป็นภาวะความดันโลหิตต่ำ แต่เราจะต้องพิจารณาลักษณะของแต่ละบุคคลประกอบด้วยซึ่งได้แก่ อายุ,เพศ เพราะภาวะความดันโลหิตต่ำมักเกิดขึ้นกับคนอายุน้อยมากกว่าคนอายุมากและในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาการป่วยของบุคคลนั้นๆ ถ้าความดันโลหิตของคนๆหนึ่งอยู่ในเกณฑ์ต่ำ แต่เขาไม่รู้สึกผิดปกติ ทั้งยังสามารถดำรงชีวิตและประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ ก็ต้องถือว่าเป็นภาวะความดันโลหิตปกติของคนๆนั้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้มักจะพบได้ในคนที่มีรูปร่างผอมบางและเป็นที่เชื่อกันว่าคนที่มีภาวะความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ต่ำน่าจะมีอายุยืนกว่าคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเพราะเสี่ยงต่อโรคของระบบหัวใจและหลอดโลหิตน้อยกว่า

สาเหตุและอาการภาวะความดันโลหิตต่ำที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพนั้นเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มซึ่งมีสาเหตุและอาการดังนี้

1. ภาวะความดันโลหิตต่ำเฉียบพลันมักเกิดขึ้นกับคนที่มีความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือสูง แล้วจึงเกิดลดต่ำลงอย่าง
รวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งมีสาเหตุหลายๆประการ ได้แก่
   1.1. การเสียเลือดเมื่อได้รับบาดเจ็บ
   1.2. ตกเลือดจากการคลอดหรือแท้ง
   1.3. การเสียน้ำจากร่างกายเมื่ออาเจียนหรืออุจจาระร่วงอย่างแรง
   1.4. การทำงานในที่ร้อนจัด
   1.5. มีเหงื่อออกมากและไม่ได้น้ำทดแทน
   1.6. คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งความดันโลหิตจะต่ำลงได้เนื่องจากหัวใจสูบฉีดเลือดได้น้อยลง
   1.7. ผู้ที่เป็นโรคติดเชื้ออย่างแรงอาจมีภาวะความดันโลหิตต่ำและช็อคได้

นอกจากนี้ยังอาจจะเกิดจากการขาดออกซิเจน จากฤทธิ์ของยา เช่น ยาลดความดันเลือด ยานอนหลับ เป็นต้น ส่วนผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำเฉียบพลันจะมีอาการหน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออกมาก กระวนกระวาย
หน้าซีดหรือเขียว  หอบ  ซึมลงในที่สุดก็จะหมดสติ  ซึ่งผู้ป่วยต้องรีบเข้ารับการรักษาและแก้ไขตามสาเหตุอย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นอาจเสียชีวิตได้

 2. ภาวะความดันโลหิตต่ำเรื้อรัง ผู้ป่วยจะค่อยๆ มีอาการมากขึ้นทีละน้อยและเป็นอยู่นาน ซึ่งอาการจะไม่รวดเร็วและรุนแรงเหมือนภาวะความดันโลหิตต่ำเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย , เวียนศีรษะ , หน้ามืด , เป็นลมถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอแต่หลังจากนั้นอาการก็จะทุเลาลง ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะเป็นๆ หายๆ เนื่องจากสาเหตุของการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเรื้อรังนั้นมีหลายๆสาเหตุด้วยกันได้แก่ โรคของต่อมไร้ท่อ  เช่น ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนออกมาน้อยกว่าปกติ เป็นต้น
   ภาวะทุพโภชนาการหรือการขาดอาหาร , โรคเลือดจาง สภาพร่างกายจะซูบและผอม เนื่องจากมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ การป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้ต้องนอนอยู่กับเตียงเป็นเวลานานๆ และความผิดปกติของระบบประสาท
3. ภาวะความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า ผู้ป่วยก็จะมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ บางคนถึงกับเป็นลม ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนท่าจากท่านอนเป็นนั่งหรือยืนกระทันหัน อาการที่เกิดขึ้นนี้เราเข้าใจได้ว่าเป็นเพราะขณะที่เราเปลี่ยนท่าดังกล่าว ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดปรับตัวได้ไม่ทันและเพียงพอ จึงเป็นเหตุให้เลือดไปเลี้ยงสมองลด
ปริมาณลงชั่วขณะ ซึ่งภาวะความดันโลหิตต่ำแบบนี้ในคนปกติก็เกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราวและไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่บางครั้งอาจเกิดจากโรคของระบบประสาท เช่น ประสาทไขสันหลังอักเสบจากเชื้อซิฟิลิส ความเสื่อมแลอันตราย
ที่เกิดกับไขสันหลังและเส้นประสาท เป็นต้น

4. ภาวะความดันโลหิตต่ำหลังออกกำลังกาย คนทั่วไปเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องฝึกกล้ามเนื้อขามากๆ เช่น วิ่งหรือปั่นจักรยาน เป็นต้น ประมาณครึ่งหนึ่งของคนเหล่านี้จะเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่าและในจำนวนนี้บางรายก็จะอาการหน้ามืดร่วมด้วย ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะเกิดขึ้นชั่วครู่หนึ่ง แต่บางรายอาจเกิดขึ้นอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมงหลังจากออกกำลังกายเสร็จ ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากมีเลือดจำนวนมากไปคั่งอยู่ในบริเวณกล้ามเนื้อขาจึงทำให้ปริมาณเลือดไหลเวียนลดลงชั่วคราว
 

แนวทางการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ป่วยภาวะความดันโลหิตต่ำ


   2. พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับไม่เพียงพอคือหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำลงได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการทำงานเกินควร และหลีกเลี่ยงการนอนดึก และเวลานอนหลับไม่ควรนอนหนุนหมอนที่ต่ำเกินไป

   3. หลีกเลี่ยงการยืนนานๆ หรือเปลี่ยนอิริยาบทอย่างรวดเร็วเกินไป : การเก็บของไม่ควรก้มศีรษะลงโดยตรงแต่ควรทรุดตัวนั่งยองๆลงก่อนและในเวลาตื่นนอนก็ไม่ควรลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ควรรอให้แน่ใจว่าร่างกายพร้อมแล้วจึงค่อยๆลุกขึ้นจะดีกว่า

   4.ใส่ใจสภาพแวดล้อมและการแต่งกาย : ไม่ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศร้อนอบอ้าวนานเกินไป เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ความดันโลหิตต่ำลง นอกจากนั้นการสวมเสื้อที่มีปกเสื้อสูงหรือคอเสื้อแคบเกินไปอาจจะไปกดทับหลอดเลือดแดงบริเวณต้นคอส่งผลให้ความดันต่ำลงจนหน้ามืดเป็นลมได้

   5. เพิ่มสารอาหารให้เพียงพอ : ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำนั้น หากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจะทำให้ความดันโลหิตยิ่งต่ำลงไปอีก แต่หากทานอาหารเสริมให้เพียงพอก็จะช่วยให้ความดันโลหิตเข้าใกล้ระดับปกติมากยิ่งขึ้นอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ก็มีโอกาสที่จะลดลงหรือหายไปได้

   6. ลดการรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำลง : เช่น เชลเลอรี ฟักเขียว ถั่วเขียว มะระ หอมหัวใหญ่ สาหร่ายทะเล หัวไชเท้า เป็นต้น

   7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายจะทำให้ระบบประสาทเกิดความสมดุลมากยิ่งขึ้น หลอดเลือดหัวใจแข็งแรงขึ้นทั้งยังรักษาความดันโลหิตต่ำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

   8. เลือกประเภทการออกกำลังอย่างเหมาะสม : ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำท่าที่ต้องเปลี่ยนอิริยาบทไวๆควรหลีกเลี่ยงและการออกกำลังที่ต้องยืนนาน ๆ หรือต้องเปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ ส่วนผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำจากโรคภัยไข้เจ็บในร่างกายก่อนการออกกำลังควรตรวจสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนทางที่ดีควรออกกำลังภายใต้คำแนะนำของแพทย์และครูผู้เชี่ยวชาญ

   9.ใช้ยาอย่างระมัดระวัง : หากต้องไปพบแพทย์เนื่องจากอาการเจ็บป่วยใด ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าว่าตนมีอาการภาวะความดันโลหิตต่ำด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลงไปอีก

 รู้อย่างนี้แล้วสำหรับใครที่กำลังป่วยเป็นภาวะความดันโลหิตต่ำหรือมีคนใกล้ตัวป่วยเป็นภาวะความดันโลหิตต่ำนี้แต่ไม่ทราบว่าจะปฎิบัติตัวอย่างไร ก็ลองนำแนวทางนี้ไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจจะทำให้คุณต้องเกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตกันเลยก็เป็นไปได้นะครับ.

ข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ข้อมูลรูปภาพจาก : thai.rti.org.tw

PT' Captain

kornpol meeComment