Gym Rule No.203 : หน้าที่ของโปแตสเซียมในร่างกาย

gym rule logo.png

" หน้าที่ของโปแตสเซียมในร่างกาย "


                   หน้าที่ของโปแตสเซียมในร่างกาย (Potassium)  โปแตสเซียม เป็นแคทไอออน ที่พบได้จากของเหลวภายในเซลล์เป็นส่วนใหญ่ โดยจะพบมากถึงร้อยละ 97 เลยทีเดียว และจะพบอยู่ภายนอกเซลล์ประมาณร้อยละ 5 ของแร่ธาตุทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย โดยความสำคัญของโปแตสเซียมก็จะช่วยในการรักษาสมดุลของความเป็นกรด-ด่างภายในร่างกาย ช่วยกระจายของเหลวที่ผนังเซลล์แต่ละด้านให้เป็นปกติ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะถูกเก็บไว้ในร่างกายน้อยมาก

หน้าที่สำคัญของโปแตสเซียม

          1.ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกและลดความเสี่ยงภาวะต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับกระดูก เช่น กระดูกแตกหัก กระดูกพรุน เป็นต้น และสามารถรักษาแคลเซียมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอีกด้วย
          2.มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีการเติบโตที่สมวัยมากขึ้น
          3.ทำงานร่วมกับโซเดียม โดยจะช่วยรักษาภาวะความสมดุลของน้ำในร่างกายและช่วยควบคุมความดันออสโมติคภายในเซลล์ให้เป็นปกติ
          4.ทำหน้าที่ในการรักษาสมดุลของกรดด่างร่วมกับคาร์บอเนต เฮโมโกลบินและฟอสเฟส และทำหน้าที่เป็นบัพเฟอร์ให้กับเม็ดเลือดแดง
          5.ทำงานร่วมกับแคลเซียมและโซเดียม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการส่งประสาทสำหรับการหดตัวของกล้ามเนื้อ และทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
          6.มีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพของผิวหนัง และเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว
          7.ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนกลูโคสให้กลายเป็นไกลโคเจน ที่สามารถนำไปใช้งานได้ง่ายขึ้น
          8.ช่วยในการเมแทบอลิซึ่มของเซลล์
          9.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดของเสียออกจากร่างกายของไต
          10.ทำงานร่วมกับฟอสฟอรัสเพื่อทำการส่งออกซิเจนไปยังสมอง และเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองให้ดียิ่งขึ้น


การดูดซึมของโปแตสเซียม

                   โปแตสเซียม (Potassium) จะสามารถถูกดูดซึมได้ดีในส่วนของลำไส้เล็กตอนต้น โดยส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมที่ร้อยละ 90 ของโปแตสเซียมที่ร่างกายได้รับ ส่วนการขับออกจะขับออกทางปัสสาวะและเหงื่อเป็นหลัก มีที่ขับออกทาง
อุจจาระเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ในการรักษาสมดุลของโปแตสเซียมไตก็จะทำหน้าที่ในส่วนนี้โดยตรง แต่จะสามารถสงวนโปแตสเซียมได้น้อยกว่าโซเดียมนั่นเอง
                    นอกจากนี้หากร่างกายมีโปแตสเซียม (Potassium) อยู่มากเกินไปก็จะส่งผลให้ไตเกิดการทำงานี่ผิดไปจากเดิมหรืออาจเกิดภาวะขาดของเหลวอย่างร้ายแรงได้ และที่สำคัญการดื่มเครื่องดื่มประเภทกาแฟและแอลกอฮอล์ก็จะกระตุ้นให้เกิดการขับโปตัสเซียมออกมาทางปัสสาวะมากขึ้นอีกด้วย จึงไม่ควรดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้มากเกินไป เพราะอาจทำให้ขาดโปตัสเซียมได้
แหล่งที่พบโปแตสเซียม
                    โปแตสเซียมเป็นแร่ธาตุที่มักจะถูกพบได้ในอาหารเกือบทุกชนิด โดยแหล่งที่พบได้มากที่สุด ก็คือ เนื้อสัตว์ ผักผลไม้แทบทุกชนิด เช่น ผักใบเขียว ส้ม กล้วย มะเขือเทศ องุ่นและน้ำอ้อย เป็นต้น

 

A-high-potassium-diet-as-well-as-cutting-down-on-salt-will-reduce-blood-pressure-levels-and-the-risk-of-stroke.jpg

 

ผลของการขาดโปแตสเซียม

                   โดยปกติแล้วมักจะไม่ค่อยพบการขาดโปแตสเซียม (Potassium) มากนัก นอกจากในภาวะที่ร่างกายไม่ปกติ เช่น มีอาการป่วยด้วยโรคต่างๆ อาเจียน ขาดโปรตีนและพลังงานอย่างรุนแรง หรือการทานยาบางชนิดที่ส่งผลทำให้ปัสสาวะบ่อย จึงมีโอกาสขาดโปแตสเซียมสูงขึ้นไปด้วย ซึ่งภาวะที่ร่างกายได้รับโปแตสเซียมต่ำเกินไปนั้นก็จะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแอ หรืออ่อนเพลียง่าย รวมถึงการตอบสนองต่อสิ่งเร้าจะช้ากว่าปกติ นอกจากนี้ในวัยรุ่นก็จะพบสิวขึ้นบ่อยมาก ส่วนในวัยชราจะมีปัญหาผิวแห้งกร้าน ไม่เพียงเท่านี้ โปแตสเซียมยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หัวใจเต้นช้า ท้องผูก และทำให้การเมแทบอลิซึมเสื่อมลงไปอีกด้วย ซึ่งหากรุนแรงก็อาจเป็นอัมพาตได้เลยทีเดียว
การเป็นพิษของโปแตสเซียม
                    ในกรณีที่ร่างกายมีโปแตสเซียมมากเกินไปก็พบได้น้อยมากเหมือนกัน เพราะปกติแล้วไตจะสามารถควบคุมระดับของโปแตสเซียมได้ดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ความผิดปกติกับการทำงานของไตหรือได้รับโปแตสเซียมทางเส้นเลือดในอัตราที่เร็วเกินไป ก็จะทำให้มีโปแตสเซียมสูงจนอาจเกิดพิษได้ โดยอาการที่มักจะพบได้จากการเป็นพิษของโปแตสเซียม ก็คือ ผิวหนังเป็นแผลไหม้ มีอาการคัน ระคายเคือง กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ และอาจมีการหายใจติดขัด ซึ่งก็เสี่ยงอันตรายมากเหมือนกัน 

 

รูปภาพอ้างอิงจาก : http://oknation.nationtv.tv/blog/DIVING/2013/11/17/entry-5

PT' KOM